Wednesday, July 31, 2019

ดาวรุ่งไทย เข้ารอบ 32 คน ศึกยูเอส จูเนียร์ อเมเจอร์ 2019

จอร์จ ดวงมณี นักกอล์ฟดาวรุ่งวัย 17 ปี ทำได้ จาก 6,000 คน
ผงาดเป็นเด็กไทยเพียงคนเดียวที่เข้ารอบ 32 คนสุดท้าย ศึกกอล์ฟเยาวชนรายการใหญ่ของโลก ยูเอส จูเนียร์ อเมเจอร์ 2019 การแข่งขันกอล์ฟยูเอส จูเนียร์ อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ 2019 ที่สนามอินเวอร์เนสส์ คลับ เมืองโตเลโด รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการแข่งรอบ 32 คนสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น จอร์จ ดวงมณี หนุ่มไทยวัย 17 ปี กำลังได้รับการจับตามองอย่างมากในวงการกอล์ฟสหรัฐฯ หลังดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟเยาวชนจากทั่วโลก ที่ลงแข่งขันรายการนี้กว่า 6,000 คน และเป็นตัวแทนเด็กไทยเพียงคนเดียวในเวลานี้ ที่สามารถสร้างผลงานผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้าย ได้อย่างยอดเยี่ยม จากผลงานของจอร์จในรายการนี้ เล่นแบบสโตรกเพลย์ก่อน โดยรอบแรก จอร์จทำสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 70 รั้งอันดับ 3 ร่วม ส่วนรอบ 2 จอร์จตีเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 73 แต่ยังได้อันดับ 12 ร่วม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 64 คนสุดท้าย ได้สำเร็จ ในรอบ 64 คนสุดท้าย เป็นการเล่นแบบแมตช์เพลย์ จอร์จ ดวงมณี พบกับ เควิน ซี นักกอล์ฟชาวอเมริกัน ผลปรากฎว่า จอร์จเอาชนะ 1 อัพ หลังเล่นไป 18 หลุม เสมอกัน จนต้องเล่นเพลย์ออฟ โดยหลุม 19 และ 20 ยังเสมอกัน ก่อนที่หลุม 21 จอร์จ ตีเข้ามาสแควร์พาร์ ขณะที่ซีตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ ทำให้จอร์จผ่านเข้าไปแข่งต่อใน รอบ 32 คนสุดท้าย เข้าไปพบกับ โจชัว เกรียร์ นักกอล์ฟชาวออสเตรเลีย ในคืนวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น สำหรับประวัติของจอร์จ เป็นลูกชายของ ธนกร ดวงมณี อดีตนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย และอดีตนักเรียนทุนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา เริ่มเล่นเทนนิสตามคุณพ่อ และเมื่ออายุ 5 ขวบ เริ่มจับไม้กอล์ฟแทนแร็กเกตเทนนิส โดยเอาจริงเอาจังอย่างมาก และได้รับการฝึกสอนแบบส่วนตัวจาก สตีเฟน มอสคาล เมื่ออายุ 8 ขวบ จอร์จลงแข่งทัวร์นาเมนต์แรกที่เชสพีค เบย์ กอล์ฟ คลับ ในไรซิ่ง ซัน รัฐแมรีแลนด์ และได้แชมป์แรกในชีวิตทันที จากนั้นเริ่มสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อคว้าแชมป์กอล์ฟรายการ ไดรฟ์, ชิพ แอนด์ พัตต์ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2015 ทั้งนี้ จอร์จเคยคว้าแชมป์กอล์ฟน เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2017 ที่สนามไพน์เฮิร์สท์ รัฐนอร์ท แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา และเมื่อเดือนมีนาคม 2018 จอร์จคว้าแชมป์กอล์ฟฮันเตอร์ เมฮาน จูเนียร์ แชมเปียนชิพ ที่สนามสโตนไบรอาร์ คันทรี คลับ ฟาซิโอ คอร์ส พาร์ 72 เมืองฟริสโก รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

เพิ่มเติม >> https://www.foodjobsource.com/ufabet123-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b5/

ย้อนรอยความสำเร็จ ฮอนด้า บนสังเวียนแห่งความเร็วระดับโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฮอนด้า คือทีมแข่งระดับแนวหน้าที่ได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ให้เป็นเบอร์ 1 แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตของโลก จากผลงานความสำเร็จที่พวกเขาสร้างขึ้นมาตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมสร้างนักบิดซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาประดับวงการอย่างไม่ขาดสาย ฮอนด้า ซึ่งเป็นทีมแข่งสัญชาติญี่ปุ่น ส่งทีมเข้าร่วมสังเวียนรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกครั้งแรก วันที่ 3 มิถุนายน ปี 1959 รายการแรกของพวกเขาคือ ดิ ไอเซิล ออฟ แมน กับรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์ 125 ซีซี. ก่อนต่อยอดพัฒนาความแรงและดึงนักแข่งฝีมือดีมาร่วมทีม จนกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จได้แชมป์โลกทั้งประเภทบุคคลและทีมผู้สร้างมากมายตลอด 6 ทศวรรษ สำหรับปี 2019 ฮอนด้า เดินทางสู่หลักไมล์สำคัญในวงการมอเตอร์สปอร์ต นั่นคือวาระครบรอบ 60 ปีในการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก ซึ่งได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองกันในศึกโมโตจีพี สนามล่าสุดที่ แอสเซน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีนักบิดระดับตำนานและซูเปอร์สตาร์รุ่นใหม่มาร่วมงานและรำลึกช่วงเวลาพิเศษของพวกเขากับ ฮอนด้า อย่างคับคั่ง เช่น มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 5 สมัยขวัญใจแฟนๆ รุ่นใหม่, มิค ดูฮาน ตำนานนักบิดจากออสเตรเลีย, เฟรดดี สเปนเซอร์ ตำนานนักบิดจากสหรัฐอเมริกา รวมถึง คุนิมิตสึ ทาคาฮาชิ นักบิดชาวญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์สนามด้วยรถของ ฮอนด้า งานเฉลิมฉลอง 60 ปีบนสังเวียน เวิลด์ กรังด์ ปรีซ์ ของ ฮอนด้า ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในการแข่งขันประกอบด้วย เทตสึฮิโระ คุวาตะ ประธานบริหารของ เอชอาร์ซี ฮอนด้า, คาร์เมโล เอซเปเลต้า ซีอีโอของ ดอร์น่า, ฆอร์เก้ บิเอกาส ประธานของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIM) พร้อมทั้งแขก VIP และสื่อมวลชนสายมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก มร.เทตสึฮิโระ คุวาตะ ประธานบริหารของ เอชอาร์ซี ฮอนด้า (HRC Honda) เผยว่า คงไม่มีใครคาดคิดว่าผ่านมาแล้ว 60 ปี ฮอนด้า ยังคงเข้าร่วมการแข่งขันและคว้าชัยชนะมาทั่วโลก ฮอนด้า คือบริษัทแห่งเดียวที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการชั้นนำมากมาย ตั้งแต่ โมโตจีพี ถึง ฟอร์มูล่า วัน, โมโตครอส สู่ อินดี้คาร์, จาก ดาการ์ ถึง ไทรอัลส์ และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สู่ เอ็นดูโร่ การแข่งขันคือส่วนหนึ่งในปรัชญาสำคัญของ ฮอนด้า และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก โมโตจีพี ขวัญใจแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ที่ใช้รถ RC213V คว้าแชมป์โลกมาแล้ว 5 สมัยจาก 6 ฤดูกาลที่ขึ้นมาบิดในรุ่นใหญ่ เผยว่า รถจักรยานยนต์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ระดับโลกนั้นล้วนแต่เป็นผลงานของ ฮอนด้า ผมภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ความสำเร็จของ ฮอนด้า และมองถึงการร่วมกันเก็บเกี่ยวความสำเร็จให้มากกว่านี้ในอนาคต มิค ดูฮาน ตำนานนักแข่งชาวออสเตรเลีย คืออีกหนึ่งนักบิดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงเวลาที่เป็นนักแข่งของ ฮอนด้า ยุค 1990 หลังแสดงฝีมือความเร็วบนรถแข่ง NSR500 ทะยานคว้าแชมป์โลกมาถึง 5 สมัยติดต่อกัน (1994-1998) และร่วมงานกับ ฮอนด้า มาตลอด 25 ปี นับตั้งแต่วันที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก ผมยังจำวันแรกที่เข้ามาพบกับทีม HRC ในช่วงปลายปี 1988 ก่อนเซ็นสัญญาร่วมงานกับทีมลงแข่งชิงแชมป์โลกรุ่น 500 ซีซี. ในปี 1989 ผมรู้สึกประทับใจกับความมุ่งมั่นของทีมงานทุกคน รวมถึงปรัชญาของพวกเขาก็ทำให้ผมกลายเป็นบุคลากรของ ฮอนด้า โดยสมบูรณ์ ด้าน เฟรดดี สเปนเซอร์ อีกหนึ่งนักแข่งที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์โลกกับ ฮอนด้า ในปี 1983 และมีโอกาสพบกับ โซอิจิโร่ ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัทรถจักรยานยนต์อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ กล่าวเช่นกัน ผมได้แชมป์โลกรุ่น 500 ซีซี. ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี 1983 กับทีมฮอนด้าในการแข่งขันที่ อิโมล่า วันนั้นผมได้พบกับคุณฮอนด้า เขายกมือมาแตะที่หัวไหล่ผมแล้วบอกว่าขอบคุณ การได้แชมป์โลกคือสิ่งที่เติมเต็มความฝันให้แก่ผม และผมก็ทำสิ่งนั้นให้ฮอนด้าได้เห็น ส่วน คุนิมิตสึ ทาคาฮาชิ คือนักแข่งชาวญี่ปุ่นที่มีส่วนสำคัญในการร่วมผลักดัน ฮอนด้า บนเวทีโลก เขาร่วมงานกับทีมฮอนด้า ลงแข่งขันในปี 1960 ก่อนประสบความสำเร็จคว้าแชมป์การแข่งขันรุ่น 250 ซีซี. ครั้งแรกด้วยวัย 21 ปี ในรายการ เยอรมัน กรังด์ ปรีซ์ ปี 1961 ก่อนจะได้แชมป์อีก 2 สนามตลอดการขับขี่กับ ฮอนด้า ในยุคเริ่มต้น ผมจำได้ดีในวันที่คุณ โซอิจิโร่ ฮอนด้า กับทีมงานของเขาสร้างเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในโลกขึ้นมา นั่นคือจุดเริ่มต้นของพวกเขา ผมสัมผัสได้ถึงสปิริตอันแรงกล้าของทีมงานทุกคนและมันก็ถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่จนถึงปัจจุบัน ปิดท้ายกันที่ คาร์เมโล เอซเปเลต้า ซีอีโอของ ดอร์น่า ร่วมกล่าวยกย่องถึงความสำเร็จของ ฮอนด้า ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา 60 ปีที่ผ่านมา ฮอนด้า ได้สร้างมาตรฐานอันยอดเยี่ยมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน สิ่งนี้ทำให้เรามีความภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของพวกเขาและพวกเขาก็มีส่วนสำคัญกับพวกเราเช่นกัน ในฐานะผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฮอนด้า มีสถานะที่แข็งแกร่งอย่างมากในเวทีการแข่งขัน พวกเขาพิสูจน์เรื่องนี้มาแล้วตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยจำนวนแชมป์ที่ทำได้อย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันรายการของเราจะเปลี่ยนเป็น โมโตจีพี มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ฮอนด้า ก็พร้อมต่อสู้และพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของพวกเขามีคุณภาพและเข้าถึงแฟนๆเสมอ ฆอร์เก้ บิเอกาส ประธานของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIM) กล่าวทิ้งท้าย

เพิ่มเติม >> https://www.foodjobsource.com/ufabet123-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b5/

เอ.พี. ฮอนด้า ส่งทีมไทย 100% ลุยศึกสุดโหด ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เดินหน้าตามแผน เรซ ทู เดอะ ดรีม
ส่งทีมแข่งสายเลือดไทย 100% ลุยศึกสองล้อมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหด รายการ ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง ที่สนามซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นำทีมโดย มุกข์ มุกข์ลดา สารพืช ผนึกพลังทีมดาวรุ่ง ฟิล์ม ปิยวัฒน์ ประทุมยศ และ บิว วริทธิ์ ทองนพคุณ ตั้งเป้าล่าแชมป์ฝากแฟนชาวไทย วันที่ 18 ก.ค. 62 มร.ชิ เกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงความพร้อมก่อนลุยศึก ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง ที่สนามซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น ว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้ประกาศแผนงานมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2019 ภายใต้แนวคิด Race to the Dream โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไปสู่ระดับโลก นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงส่งนักแข่งไทย ช่างไทย และทีมบริหารชาวไทย เข้าร่วมการแข่งขัน ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง ตั้งแต่ปี 2017 ในฐานะทีมคนไทย 100% ทีมแรกและทีมเดียว ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราได้รับประสบการณ์ที่ประเมินค่ามิได้ และปีนี้เราได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นก็คือการคว้าแชมป์ให้ได้ ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวของนักแข่งที่มีประสบการณ์กับนักแข่งดาวรุ่ง และทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี สำหรับปี 2019 เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ มุ่งสานต่อความสำเร็จด้วยการส่งทีมแข่งเข้าร่วมการแข่งขัน ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยมี มุกข์ มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่ง เป็นตัวหลักของทีม ผนึกกำลังกับ ฟิล์ม ปิยวัฒน์ ประทุมยศ ดาวรุ่งจากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม และ บิว วริทธ์ิ ทองนพคุณ อีกหนึ่งดาวรุ่งในฐานะนักบิดสำรองของทีม เพื่อล่าแชมป์ให้กับทีมในปีนี้ ทั้งนี้ กองทัพทีมแข่งไทย เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จะออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงต้นสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะเข้าสู่โปรแกรมซ้อมแบบเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พร้อมจับเวลารอบคัดเลือกในวันเดียวกัน จากนั้นจะแข่งรอบชิงชนะเลิศของศึกซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้ สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ได้ที่ hondamotorcyclethailand ตั้งแต่เวลา 06.20-11.30 น. พร้อมกันนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ยังได้เปิดโครงการคัดเลือกนักบิดล่าฝันสู่ฮอนด้าอะคาเดมี ปีที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดรับสมัครนักบิดยุวชนจากทั่วประเทศ สำหรับน้องๆ ที่มีอายุระหว่าง 9-14 ปี หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2548 เข้าสู่โครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม โดยมีกำหนดการคัดเลือกรอบแรก 3 สนาม ได้แก่ สนาม 1 วันที่ 28-29 กันยายน ที่ศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า (รามคำแหง), สนาม 2 วันที่ 26-27 ตุลาคม ที่ฮอนด้า เซฟตี้ ไรดิ้ง พาร์ค เชียงใหม่ และสนาม 3 วันที่ 9-10 พฤศจิกายนที่พีระคาร์ท เซอร์กิต (พัทยา) ก่อนจะคัดตัวรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 7-8 ธันวาคม ที่ศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า (รามคำแหง) ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันในโครงการคัดเลือกนักบิดล่าฝันสู่ฮอนด้าอะคาเดมี สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เพิ่มเติม >> https://www.foodjobsource.com/ufabet123-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b5/

สมาคมฯ ร่วมกับ ฟีฟ่า และ เอเอฟซี จัดอบรมติวเข้มผู้ตัดสิน เรื่อง VAR ครั้งที่ 4/2562

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จับมือกับ ฟีฟ่า และเอเอฟซี จัดอบรมผู้ตัดสิน โครงการ VAR Training Thailand 4
โดยมีตัวแทนจากสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย เข้าดูงานเพื่อเตรียมยื่นขอใช้กับฟุตบอลลีกภายในประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมมือกับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ และสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย จัดอบรมผู้ตัดสิน โครงการ VAR Training Thailand 4 ขึ้น ซึ่งการอบรมดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก Mr. Farkhad Abdullaev และ Mr. Hakan Anaz จากฟีฟ่าเป็นวิทยากรหลัก โดยมี พ.จ.อ. ปรีชา กางรัมย์ กับ ร.ต. มงคล รุ่งคล้าย เป็นวิทยากรด้านเทคนิค และ แพรว สีหมากสุก กับ อรรถกร เวชการ เป็นวิทยากรด้านฟิตเนส ทั้งนี้ ได้มีผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับ โตโยต้า ไทยลีก เข้าร่วมรวม 48 ท่านด้วยกัน โดยเนื้อหาหลัก ได้เน้นไปที่กรณีศึกษาต่างๆ โดยมีการใช้ VAR (Video Assistant Referee) จากคลิปเหตุการณ์จริงจากฟุตบอลลีกประเทศอื่นๆ พร้อมทั้งทดสอบภาคปฏิบัติ โดยลงทำหน้าที่ตัดสิน และนำ VAR มาใช้ในการตัดสินเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ทางสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ มาดูงานที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อเตรียมเริ่มต้น กระบวนการนำเทคโนโลยี VAR มาใช้กับฟุตบอลลีกด้วยเช่นกัน สำหรับหลักสูตร VAR Training Thailand 4 จะมีการอบรม ณ พัฒนา สปอร์ต คลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี ไปจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ซึ่งหลังจากนี้จะมีการฝึกภาคสนาม ใช้ VAR เต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ตัดสินเก็บชั่วโมง และอัดคลิปวีดิโอการฝึก เพื่อรายงานต่อฟีฟ่า และ IFAB ตามข้อกำหนด โดยผู้ตัดสินที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว จะสามารถทำหน้าที่ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

เพิ่มเติม >> https://www.perdidanojapao.com/ufabet123-%e0%b8%9b%e0%b8%98-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b9/

ไทยลีก 1-2 ยันเลื่อนโปรแกรม หนุน “ทีมชาติไทย” ลุยบอลโลก

วันที่ 25 กรกฏาคม 2562 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ
พระชนมพรรษา (อาคาร 25 ชั้น) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด จัดประชุมร่วมกับตัวแทนสโมสรในฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก (ไทยลีก 1) และ สโมสรในฟุตบอลเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) เกี่ยวกับการขยับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีก จากวันพุธ 21 สิงหาคม ไปเตะวันพุธที่ 2 ตลาคม 2562 เพื่อให้สอดคล้องกับการเตรียมทีมชาติไทย ก่อนลงแข่งขัน 3 รายการใหญ่ คือ ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2, ฟุตบอลซีเกมส์ 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 รอบสุดท้าย โดยการประชุมประกอบด้วย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคม พร้อมด้วย มร. การ์เลส โรมาโกชา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ , มร.อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี, มร. เบนจามิน ตัน ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการฝ่ายใบอนุญาตสโมสร, พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และตัวแทนจากตัวแทนสโมสรในฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก (ไทยลีก 1) และ สโมสรในฟุตบอลเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) ร่วมหารือ ภายหลังจากการประชุม พาทิศ ศุภะพงษ์ กล่าวว่า “วันนี้เรามีการแนะนำ นิชิโนะ ให้ตัวแทนจากสโมสรในไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ได้รู้จักกันเพื่อแนะนำปรัชญา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน” “จากนั้นอย่างที่ทราบกันดีว่าโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย วันที่ 5 กันยายนนี้ ใกล้เข้ามาแล้ว ทำให้มีการสอบถามแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ผมชี้แจงแนวทางการทำทีมของ นิชิโนะ อาจจะไม่เหมือนที่เราคิดกัน สมาคมฯ, สโมสร หรือแฟนบอลไทยคิดว่า การเก็บตัวระยะยาวจะส่งผลดีต่อการเตรียมทีมชาติไทย แต่ นิชิโนะ เขามองถึงความสุข และ ความสด รวมถึงสภาพจิตใจของนักเตะเป็นอันดับแรก” “โดยเขาขอยกโปรแกรมการแข่งขันนัดกลางสัปดาห์จากวันที่ 21 สิงหาคม ไปเตะวันที่ 2 ตุลาคม แต่ยังคงแมตช์วันที่ 24 และ 25 สิงหาคมไว้ นิชิโนะ ไม่อยากให้นักเตะร้างสนามไปนาน อยากให้นักเตะมีความสดอยู่เสมอ แต่ไม่ต้องการให้นักเตะลงเล่นมากเกินไปในแต่ละเดือน ซึ่งในช่วงนั้นทีมใหญ่ๆ อย่าง บุรีรัมย์ หรือ สิงห์ เชียงรายฯ ที่ต้องเล่นบอลถ้วย ทำให้ต้องสนามถึง 8 นัด ในเดือนสิงหาคม ทำให้ นิชิโนะ ขอหารือและขอความร่วมมือจาก บริษัท ไทยลีก จำกัด ให้เลื่อนโปรแกรมดังกล่าวออกไป เพื่อให้ความถี่ของการแข่งขันน้อยลง แต่มีการแข่งขันอยู่ตลอดต่อเนื่อง” “นักเตะที่ลงเล่นในวันที่ 24 สิงหาคม จะเข้าแคมป์เก็บตัววันที่ 26 สิงหาคม ส่วนนักเตะที่เล่นวันที่ 25 สิงหาคม และจะเข้าแคมป์วันที่ 27 สิงหาคม ต่อไป แนวทางของ นิชิโนะ คือ ความสุข ความสด และสภาพจิตใจของนักกีฬา เขาอยากให้นักกีฬากลับบ้านไปพักผ่อน อยู่กับครอบครัว หลังจากเกมแข่งขันลีกในสุดสัปดาห์ เพื่อให้นักเตะเข้าแคมป์เก็บตัวอย่างมีความสุข ไม่เบื่อกับการลงเล่นให้สโมสรและทีมชาติ และพร้อมเตรียมลงฝึกซ้อมแท็คติคการเล่นอย่างมีความสุข” “ส่วนสตาฟฟ์โค้ชมีการสรุปเรื่อยๆ แต่สตาฟฟ์โค้ชต้องทำสัญญากับสมาคมฯ และอยู่ในข้อบังคับต่างๆ หากทุกอย่างเรียบร้อยจะมีการเปิดตัว ซึ่งเราจะไม่เปิดตัวจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ส่วนทีมงานชาว ญี่ปุ่น นิชิโนะ อยากได้ 1 คนมาประสานงานเอกสารต่างๆ เป็นตัวเชื่อมระหว่างคนไทยกับตัวเขาเท่านั้น” “ส่วนสนามแข่งขันในนัดที่สองนั้น กำลังเปรียบเทียบกันอยู่ว่าจะใช้สนามไหน รวมไปถึงต้องการหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสนามนั้นๆ ว่ามีความพร้อมทั้งส่วนของไฟ หรือ ตัวสนาม ว่ามีความพร้อมมากแค่ไหน ถ้ายังไม่มีก็จะใช้แข่งขันไม่ได้ครับ ตอนนี้ขอคอนเฟิร์มนัดแรกจะแข่งขันที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ส่วนนัดที่สองรอยืนยันอีกครั้งนะครับ” “ส่วนการเลือกนักเตะในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม จะเป็นช่วลงทะเบียนอย่างไม่จำกัดจำนวน นิชิโนะ จะแจ้งแล้วว่าตอนนี้จะไปดูนักเตะและดูการซ้อมของนักเตะเป็นหลัก ส่วนลงทะเบียนได้เพิ่มเติม แต่ไม่จำกัดเนี่ย เราก็คิดว่าจะเลือก 30 คนแรก ก่อนจะมีการเพิ่มเติม ซึ่งเราจะส่งรายชื่อทั้งหมดให้กับสโมสรก่อนเข้าแคมป์ 15 วันแน่นอน” สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก ทีมชาติไทย จะลงสนามพบกับทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 ส่วนสนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ส่วนเวลาแข่งขันจะมีการแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ส่วนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะลงป้องกันแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะแข่งขันเกมแรกวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งการจับสลากแบ่งสายและโปรแกรมแข่งขันจะแจ้งให้ทราบต่อไป ขณะที่ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 รอบสุดท้าย ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 8-20 มกราคม ศกหน้า เพื่อคัดเอา 3 ทีมเข้าไปแข่งขันโอลิมปิกส์ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะใช้ 4 สนามแข่งขันประกอบด้วย สนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต, สนามสมโภช 700 ปี เชียงใหม่ และสนามติณสูลานนท์

เพิ่มเติม >> https://www.perdidanojapao.com/ufabet123-%e0%b8%9b%e0%b8%98-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b9/

“ซัลบาดอร์ ” ย้ำลูกทีมต้องเล่นอย่างละเอียดในศึก

ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย เฮดโค้ชทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี
ย้ำกับนักเตะทุกคนว่าจะต้องเล่นอย่างละเอียด เพื่อเดินหน้าคว้าชัยชนะในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี โดย ช้างศึกU15 ได้ประเดิมลงฝึกซ้อมเป็นครั้งแรกที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขต ชลบุรี ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2562 เวลา 18.00 น. ก่อนลงประเดิมสนามเกมแรกพบกับ สปป.ลาว ในวันที่ 28 กรกฏาคมนี้ ซึ่งการฝึกซ้อมเฮดโค้ชเลือดกระทิงดุได้เน้นเรื่องแท็คติคการเข้าทำประตูใช้เวลา 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จค หลังจากการฝึกซ้อม ซัลบาดอร์ กล่าวว่า “วันนี้เรามาฝึกซ้อมที่นี่เป็นครั้งแรก และรู้สึกพอใจกับน้องๆ ทุกคนที่ฝึกซ้อมกันได้ดีมาก และแสดงถึงความกระหายที่จะอยากลงสนาม เพื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้” “สิ่งที่เน้นเป็นพิเศษในการฝึกซ้อมไม่ว่าจะเป็นจังหวะการทำประตู หรือ จังหวะทุ่มบอล ทุกคนต้องจดจำไปใช้และเล่นอย่างละเอียด เพราะว่าจังหวะเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ตลอดเวลา หากเราฝึกซ้อมได้ดี โอกาสจะทำประตูจากจังหวะเหล่านี้ในการแข่งขันจริงก็มีสูง” สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 2019 ไทยอยู่กลุ่ม บี ร่วมกับ มาเลเซีย, สปป.ลาว, กัมพูชา, บรูไน และ ออสเตรเลีย ซึ่งโปรแกรมการแข่งขันของ ช้างศึก U15 มีดังนี้ สปป.ลาว พบ ไทย ที่สนาม สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชลบุรี วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 เวลา 18.00 น. ไทย พบ กัมพูชา ที่สนาม สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชลบุรี วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ออสเตรเลีย พบ ไทย ที่สนาม สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชลบุรี วันที่ 3 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ไทย พบ มาเลเซีย ที่สนาม สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชลบุรี วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ขณะที่ การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ กับ รอบชิงชนะเลิศ จะทำการแข่งขันที่สนาม สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชลบุรี ในวันที่ 7 และ 9 สิงหาคม 2562 ตามลำดับ

เพิ่มเติม >> https://www.perdidanojapao.com/ufabet123-%e0%b8%9b%e0%b8%98-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b9/

Tuesday, July 30, 2019

ตัวเจ๋งทั้งนั้น!ชุดขาวโละแน่5แข้งดังระดมทุน180ลป.ซื้อป็อกบา

เรอัลมาดริดสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลาลีก้าสเปนพร้อมแล้วที่จะปล่อย5นักเตะ
ระดับซูเปอร์สตาร์ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อระดมทุน180ล้านปอนด์มาเซ็นสัญญาปอลป็อกบาซูเปอร์สตาร์ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีรายงานว่าเรอัลมาดริดพร้อมแล้วที่จะปล่อยแกเร็ธเบล,ฮาเมสโรดริเกซ,ดานี่เซบายอส,มาร์โกอเซนซิโอและอิสโก้ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อที่จะระดมทุนก้อนโตซื้อปอลป็อกบามาร่วมทีมเป็นที่ทราบกันดีกว่าป็อกบาต้องการย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในช่วงตลาดซื้อชายซัมเมอร์นี้และมาดริดก็เป็นทีมที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่องกับดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้แต่เข้าใจกันว่าราคาที่ปีศาจแดงเรียกร้องนั้นหนักหนาเอาการและทางราชันชุดขาวเองก็ได้ใช้เงินก้อนโตไปกับการเซ็นสัญญาลูก้าโยวิชและเอแด็นอาซาร์มาร่วมทีมแล้วในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างไรก็ตามล่าสุดอาส(AS)สื่อดังของสเปนได้อ้างว่ายักษ์ใหญ่แห่งเวทีลาลีก้ายังไม่ลดละความพยายามในการเซ็นสัญญาป็อกบาโดยเชื่อว่าการขายเบล,โรดริเกซ,เซบายอส,อเซนซิโอและอิสโก้ออกจากทีมนั้นก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาระดมทุนได้180ล้านปอนด์ซึ่งเพียงพอที่จะซื้อป็อกบาโรดริเกซและเซบายอสถูกคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มสูงที่จะย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้เบอร์นาเบวในช่วงซัมเมอร์นี้ส่วนทางด้านเบลนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่อยู่ในแผนการทำทีมของซีเนดีนซีดานส่วนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีรายงานว่ามาดริดต้องการค่าตัวของอเซนซิโอและอิสโก้อยู่ที่คนละ72.3ล้านปอนด์ทางด้านป็อกบานั้นนอกจากมาดริดแล้วก็ยังมีข่าวว่าจะกลับไปค้าแข้งกับยูเวนตุสอีกครั้งในฤดูกาล2019-20นี้โดยที่เจ้าตัวได้ลงสนามในเกมปรีซีซั่นกับทีมทั้งสองนัดทั้งกับเพิร์ธกลอรี่และลีดส์ยูไนเต็ด

เพิ่มเติม>> https://www.marylandhomeperformance.net/ufabet%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad/